Posted on Leave a comment

สาเหตุของโรคกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อน

โรคกรด ไหลย้อน, อาการของน้ำย่อยไหลกลับขึ้นมา, โรคกรดไหลกลับ หรือ โรคเกิร์ด (Gastroesophageal reflux disease – GERD) คือ ภาวการณ์
ที่น้ำย่อยในกระเพาะซึ่ง มีฤทธิ์เป็นกรด ไหลถอยกลับขึ้นไประคายในหลอดอาหารและจะก่อให้เกิด อาการแสบร้อนกิ่งกลางอก คอ และก็กล่องเสียง อักเสบ
กรดไหลย้อน เป็นโรค ที่เจอได้โดยประมาณ 10-15% ของคนที่มีลักษณะของการกินไม่ย่อย (Syspepsia) เป็นโรค ที่เจอได้ทุกช่วงอายุ

ตั้งแต่ทารกไปจนกระทั่งผู้สูงวัย โดยจะเจออัตราการเกิดสูงมากขึ้นในผู้ที่อายุช่วงประมาณ 40 ปี ขึ้นไป (เจอสูงสุด ช่วงอายุ 60-70 ปี ) แต่ว่าบางทีก็อาจเจอได้ช่วงอายุเด็กเล็กๆ และก็ วัยหนุ่มสาวได้ด้วยเช่นเดียวกัน เพศหญิงและเพศชายมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้ใกล้เคียงกันถึงช่วงอายุที่มากขึ้น

มีการกล่าวว่า ในฝรั่งจะเจอโรคนี้ได้โดยประมาณ 10-20% ของราษฎร ส่วนในประเทศสหรัฐอเมริกาเจอ ผู้ที่มีลักษณะอาการของโรคนี้ราวๆ
25-40% โดย คาดว่าเมื่อมีคนสูงอายุเยอะมากขึ้นก็จะเจอโรคนี้ได้เยอะขึ้นตามไปด้วย

ที่มาของโรคกรดไหลย้อน

มีสาเหตุมาจากสภาวะ หย่อนยานสมรรถนะของ หูรูด ข้างล่างของหลอดทางเดินอาหาร (Lower esophagel sphincter LES) ทำให้กล้ามหูรูดส่วนนี้ ปิด ไม่สนิท ก็เลยเปิดโอกาสให้น้ำย่อยในกระเพาะไหลย้อนขึ้นไป ที่หลอดทางเดินอาหารแล้วก็ต้นคอ ซึ่งน้ำย่อยมีฤทธิ์เป็นกรดก็จะส่งผลทำให้มีการระคายต่อเยื้อบุของอวัยวะส่วนนี้

ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการป่วยไข้ร่วมได้ หรือเกิดอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ตามมา
โดยการรับประทานปกตินั้น ระหว่างที่พวกเรากลืนของกินอาหารเข้าไป กล้ามหูรูดด้านล่าง ของหลอดทางเดินอาหาร จะหย่อนยาน คลายตัวเพื่อเปิดให้อาหารไหลผ่านลงไปยังกระเพราะอาหาร เมื่ออาหารไหลผ่านลงไปกระเพาะจนหมดแล้ว หูรูด นี้ก็จะหดรัดตัวเพื่อกีดกัน ไม่ให้อาหารและน้ำย่อยไหลกลับ ซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรดที่อยู่ในกระเพาะไหลย้อนขึ้นไปที่หลอดอาหารทำให้ส่งผลต่อเยื่อบุหลอดอาหารได้

ต้นสายปลายเหตุ ที่ทำให้หูรูด ด้านล่างของหลอดอาหาร หย่อนยาน ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถรับรู้เหตุผลให้กระจ่างได้ อาจเกิดขึ้นเนื่องจาก ความเสื่อมถอยตามอายุหรือ หูรูดไม่โตเต็มที่ (ในเด็กแรกเกิด) หรือมีความผิดธรรมดชาติแต่กำเนิด

คุณรู้หรือไม่ ว่าผงกล้วยดิบสามารถช่วยรักษาโรคกรดไหลย้อนได้เป็นอย่างดี แต่คุณไม่ต้องกังวลไป หากต้องทานแบบเป็นผลกล้วยดิบ มันจะง่ายไหมหากรับประทานแบบเป็นผงกล้วยดิบ ซึ่งเรามี ผงกล้วยดิบ แบบธรรมชาติบดจากกล้วยดิบ 100% ไม่ผสมสารกันบูด

Posted on Leave a comment

โรคกรดไหลย้อนร้ายแรงหรือไม่

โรคกรดไหลย้อนร้ายแรงหรือไม่

ในบทความนี้จะขอแบ่งระยะโรคกรดไหลย้อนเป็น 3 ระยะซึ่งแต่ละระยะก็มีอาการหรือความรุนแรงที่แตกต่างกันและมีที่มาของสาเหตุอาการที่ต่างกันจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ระยะแรกหรือแล้วเบื้องต้น คือระยะที่กระเพาะอาหารเริ่มอ่อนแอลง อาการจะเห็นได้ทั่วไปเช่นมีลมในท้อง ทานอาหารแล้วรู้สึกแน่นๆแต่ก็ไม่ได้เป็นมาก รู้สึกแสบร้อนในกระเพาะอาหารเล็กๆน้อยๆ

เนื่องจากลมในกระเพาะอาหารเยอะในบางรายจะรู้สึกเสียดไปถึงด้านหลังได้และอาจปวดเมื่อยตามร่างกายเนื่องจากลมมันเข้าไปอยู่ตามกล้ามเนื้อส่วนต่างๆในร่างกาย วิธีแก้ไขง่ายๆก่อนที่จะไปรักษาด้วยยายาปฏิชีวนะต่างๆ อาจลองใช้สมุนไพรก่อนก็ได้ ลองทานกล้วยน้ำว้าดิบเพื่อรักษาแผลในกระเพาะอาหารก่อน อาจจะผสมน้ำผึ้งเพื่อให้ทานง่ายขึ้นก็ได้ก่อนอาหารเช้าและก่อนอาหารเย็นประมาณครึ่งชั่วโมงเพราะว่ายางของกล้วยน้ำว้าดิบจะช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารหรือแผลในหลอดอาหารได้ ที่สำคัญอย่าทานข้าวแล้วดื่มน้ำตามไปด้วยบ่อยๆ ระยะสอง

ปัญหาในลำไส้ที่มีของเสียตกค้างมาก มีของเสียตกค้างมากในลำไส้เพราะกระบวนการย่อยไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ จนลำไส้ต้องสร้างจุลินทรีย์ตัวหนึ่งที่มีอยู่แล้วในลำไส้ขึ้นมามากขึ้น จนทำให้รู้สึกแน่นท้อง ผายลมบ่อย อาจมีอาการท้องผูก และบางรายอาจมีอาการหายใจไม่สะดวกร่วมด้วย การแก้ไขของโรคกรดไหลย้อนระยะที่สองก็คือการเอาของเสียในลำไส้ออก เช่น การทำดีท็อกแบบสวนลำไส้ หรือยาถ่ายแบบสามัญประจำบ้านก็ได้ และเมื่อขับของเสียในลำไส้ออกแล้วก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิด เช่นนมวัว ของหวานๆ น้ำเย็น น้ำแข็ง หรือน้ำผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น เช่น แตงโม น้ำมะพร้าว เป็นต้น ระยะที่สาม ระยะที่สารอาหารในเลือดน้อยลง เนื่องจากกระบวนการย่อยที่ไม่ดีเป็นเวลานานและมีอุจจาระที่ตกค้างในลำไส้ต้นทำให้สารอาหารในเลือดน้อยลงระยะนี้จะถึงจำทานข้าวให้ตรงเวลาหรือทานสมุนไพรเล็กๆน้อยๆอาจจะไม่เพียงพอแล้ว

อาการของโรคกรดไหลย้อนระยะนี้คือจะรู้สึกจุกที่คอแสบคอ มีกลิ่นปากง่าย รู้สึกปากแห้ง มึนหัวบ่อย อ่อนเพลียระหว่างวันเนื่องจากหลับไม่ลึก อาจสะดุ้งตื่นในตอนกลางคืนหรือรู้สึกแน่นท้องตลอด มีอาการแสบคอหรือหลายๆคนอาจปัสสาวะบ่อยด้วย วิธีแก้ไขกล้องทานอะไรที่บำรุงเลือด เช่น อาจทานโสมในตอนเช้าก่อนอาหารและทานสมุนไพรที่ช่วยเรียกน้ำย่อยก่อนอาหารมื้อเที่ยงและมื้อเย็น เช่นขมิ้นชัน และต้องขับถ่ายของเสียในลำไส้ออกด้วยที่สำคัญเรื่องความเครียดก็มีส่วน เวลาทานอาหารไม่ควรทำกิจกรรมอย่างอื่นไปด้วย

Posted on Leave a comment

โรคกรดไหลย้อน อาการที่ต้องหลีกเลี่ยง

โรคกรดไหลย้อนต้องหลีกเลี่ยง

โรคกรดไหลย้อย โรคฮิตของคนเมืองส่วนใหญ่โรคนี้มักจะเกิดกับคนที่มีชีวิตที่เร่งรีบ ทำงานไม่เป็นเวลาหรือนอนไม่เป็นเวลา ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก หรือผู้ที่ทานยาบางชนิดที่หลีกเลี่ยงได้ยากเช่น ยาแก้โรคหอบหืด เป็นต้น
โรคกรดไหลย้อนคือการที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับไปในหลอดอาหารซึ่งน้ำย่อยเป็นกรดที่มีความเข้มข้นสูงคนเป็นโรคกรดไหลย้อนจึงมักมีอาการแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่ขึ้นมาที่หน้าอกและคอ ซึ่งอาการโรคกรดไหลย้อนจะกำเริบมากขึ้นหลังจากที่ทานอาหารมื้อหนักๆหรือหลังจากชื่อทานอาหารที่มีฤทธิ์กระตุ้นกรดให้หลั่งออกมามากขึ้นซึ่งอาหารที่คนเป็นกรดไหลย้อนควรหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้อาการกรดไหลย้อนกำเริบมีดังนี้

1. อาหารไขมันสูงเช่น อาหารทอด อาหารมัน ช็อกโกแลต อาหาร Fast food หรืออาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น กะทิ นม เนย ชีส ไอศกรีมหรือไขมันจากเนื้อสัตว์ ซึ่งไขมันเหล่านี้จะไปรวมกับกรดในกระเพาะอาหารจึงจะทำให้รู้สึกจุกแน่นหรือร้อนที่กลางอกได้


2. อาหารที่มีแก๊สมาก ทั้งน้ำอัดลม ชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง หรืออาหารที่มีรสเปรี้ยวจัด ก็เป็นอาหารที่ไปกระตุ้นการสร้างน้ำย่อยมากขึ้น


3. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คนเป็นโรคกรดไหลย้อนยิ่งต้องหลีกเลี่ยงให้ไกลเพราะมันจะมีฤทธิ์กระตุ้นหูรูดของกระเพาะอาหารให้เปิดออกและทำให้กรดไหลย้อนกลับไปที่หลอดอาหารง่ายขึ้น


4. ผลไม้ที่มีกรดมาก ผลไม้ที่คนเป็นโรคกรดไหลย้อนควรหลีกเลี่ยงคือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้มหรือสับปะรด เป็นต้น


5. ผักที่มีกรดแก๊สมาก เช่นหอมหัวใหญ่ดิบ พริก กระเทียม ซึ่งจะมีมากในอาหารประเภทยำต่างๆพริกไทย หอมแดง รวมทั้งผักดิบด้วย


6. หมากฝรั่ง การเคี้ยวหมากฝรั่งบ่อยๆคนเป็นโรคกรดไหลย้อนก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นกันเพราะจะทำให้เวลาเคี้ยวหมากฝรั่งเราต้องกลืนน้ำลายอยู่บ่อยๆครั้งซึ่งการกลืนน้ำลายจะยิ่งไปเพิ่มกรดในกระเพาะอาหารมากขึ้น


ทั้งนี้ก็ยังมีอาหารอื่นๆ ที่ช่วยในการ รักษาโรคกรดไหลย้อน อย่างอาหารเสริม เช่น วิตามินซี สารสกัดจากกระเทียม หรือน้ำมันตับปลาเป็นต้นแต่อาหารเหล่านี้ไม่ใช่ถึงกับกินไม่ได้เลยแต่ต้องทานในปริมาณที่ไม่มากหรือไม่ทานบ่อยๆ หรือหลีกเลี่ยงการทานอาหารข้างต้นในเวลาท้องว่าง และ โรคกรดไหลย้อน อาจจะไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงอะไรแต่ถ้านิ่งนอนใจไม่ดูแลสุขภาพ ก็อาจจะก่อให้เกิดอาการที่มากขึ้นแล้วอาจจะมีผลให้เกิดโรคอื่นๆตามมาก็ได้นะ

Posted on Leave a comment

สาเหตุอาการของโรคกรดไหลย้อน

โรคกดไหลย้อน สาเหตุอาการของโรคกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อนคืออะไรส่งผลอย่างไรต่อร่างกายเรา

โรคกรดไหลย้อนนั้น หรือเรียกอีกอย่างว่า โรคน้ำย่อยไหลกลับ, โรคกรดไหลกลับ โรคเกิร์ด เรียกอยู่ในชื่อของภาษาอังกฤษว่า  (Gastroesophageal reflux disease – GERD) หมายถึงกระเพาะอาหารที่ตกอยู่ในสภาวะน้ำย่อย Mini เป็นกรดไหลย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหารลำคลองก่อให้เกิดความระคายเคือง ซึ่งอาจจะส่งผลทำให้มีอาการแสบร้อนกลางอก ทางลำคอก่อให้เกิดการอักเสบขึ้นได้ จนถึงบริเวณกล่องเสียงอักเสบ

10 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อน ซึ่งจะพบได้ทุกช่วงอายุตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงผู้ใหญ่ ดูอัตราที่ค้นพบมากที่สุดจะอยู่ในช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป พบมากที่สุดจะอยู่ช่วงอายุเฉลี่ย 60 ถึง 70 ปี แต่โรคกรดไหลย้อนนั้นก็สามารถพบได้ในช่วงอายุเด็กเล็กจนไปถึงช่วงวัยรุ่น โรคกรดไหลย้อนจะพบเจอกับผู้หญิงและผู้ชายในโอกาสที่ใกล้เคียงกัน

โรคกรดไหลย้อนเกิดขึ้นจากสาเหตุใด

ในร่างกายคนเราจะส่วนที่ใช้ในการลำเลียงอาหาร ซึ่งสาเหตุของโรคกรดไหลย้อนนี้จะเกิดจากภาวะหย่อนสมรรถภาพของหูรูดส่วนล่างในหลอดอาหาร เป็นสภาวะ LES (Lower esophagel sphincter) กล้ามเนื้อในหูรูดที่เกิดสภาวะหย่อนทำให้ไม่สามารถปิดได้สนิท จึงเป็นช่องทางที่ทำให้น้ำย่อยที่อยู่ในกระเพาะอาหารย้อนกลับขึ้นไปที่หลอดอาหารและลำคอได้ ความเป็นกรดที่มาจากน้ำย่อยนั้นมีฤทธิ์ทำให้เกิดความระคายเคืองต่ออายุอวัยวะต่างๆ ทำให้มีสภาพการแทรกซ้อนต่างๆก่อให้เกิดความไม่สบายในส่วนต่างๆของร่างกายตามมา

ในการรับประทานอาหารในสภาวะปกติขณะที่เรากลืนอาหาร กล้ามเนื้อหูรูดส่วนล่างของหลอดอาหารจะค่อยๆคลายตัวเพื่อให้อาหารที่เรารับประทานปล่อยผ่านลงไปยังกระเพาะอาหารได้ อาหารจะค่อยๆลงไปยังกระเพาะอาหารจึงหมด กล้ามเนื้อหูรูดจะค่อยๆหดรัดตัวขึ้นเพื่อปิดกั้นไม่ให้เศษอาหารและน้ำย่อยที่อยู่ในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไป น้ำย่อยที่อยู่ในกระเพาะอาหารนั้นจะมีฤทธิ์เป็นกรดที่อาจส่งผลกระทบที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อเยื่อบุทางเดินหลอดอาหารได้

ในปัจจุบันยังไม่มีการทราบถึงสาเหตุที่ก่อให้เกิดหูรูดส่วนล่างหย่อนสมรรถภาพนหลอดอาหารเกิดจากสาเหตุ อะไร ตอนที่เห็นได้ชัดว่าหูรูดอาจเกิดจากการยังมีการเจริญเติบโตไม่เต็มที่หรือความเสื่อมตามอายุ ความผิดปกติภายในร่างกายตั้งแต่กำเนิด เป็นต้น

ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นสาเหตุอากาศที่ก่อให้เกิดโรคกรดไหลย้อนได้แก่

ความเสื่อมสภาพในหูรูดส่วนล่างของหลอดอาหารที่ยังเจริญเติบโตไม่เพียงพอ

เซลล์ต่างๆทุกชนิดในร่างกายของคนเราจะมีการเสื่อมสภาพลงตามกาลเวลา  จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หูรูดหย่อนสมรรถภาพลงได้ ทำให้ระบบการปิดการอาหารและน้ำย่อยจากกระเพาะอาหารนั้นมีโอกาสที่จะย้อนกลับขึ้นไปยางหลอดอาหารได้ ก่อให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อหุ้มต่างๆ ที่ก่อให้เกิดอันตรายได้ นอกจากผู้สูงอายุที่จะก่อให้เกิดความเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆแล้ว เด็กแรกเกิดก็อาจจะส่งผลให้เกิดโรคกรดไหลย้อนได้ จากหูรูดที่ยังมีการเจริญเติบโตไม่เต็มที่ การทำงานจึงหย่อนยานอาจจะมีการทำขนมและอาหารออกมาได้ เมื่อเด็กทารกโตขึ้น อาการต่างๆเหล่านั้นก็จะหายไปกล้ามเนื้อหูรูดเริ่มมีการเจริญเติบโตแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

น้ำย่อยภายในกระเพาะอาหารตกค้างอยู่ภายในหลอดอาหารนานกว่าปกติ

หากกลไกในการกำจัดกรดในหลอดอาหารผิดก็ดีขึ้น  หรือมีการปรับตัวผิดปกติของหลอดอาหาร การรับประทานอาหารจะรู้สึกทานช้าลง หรืออาหารที่มีการไหลย้อนกลับขึ้นมาสาเหตุเกิดจากอาหารค้างอยู่ในหลอดอาหารนานกว่าปกติ

การปรับตัวลดลงของกระเพาะอาหาร

โรคกรดไหลย้อนอาจเกิดจาก กระเพาะอาหารบีบตัวลดลง อาจมีสาเหตุมาจากอายุที่สูงขึ้นระบบเซลล์ต่างๆในร่างกายก็จะค่อยๆเสื่อมลงจากการที่มีการอักเสบของกระเพาะอาหารหรือเส้นประสาทในกระเพาะอาหาร อาจเกิดจากยาบางชนิดที่มีผลข้างเคียง หรือที่ได้รับสารบางอย่างที่ทำให้กล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารคลายตัว เช่น จำพวกแอลกอฮอล์ ซึ่งจะส่งผลทำให้เพิ่มแรงดันในกระเพาะอาหารจนหูรูดค่อยๆเปิดออก การขั้นของอาหารเรียกน้ำย่อยในกระเพาะอาหารนั้นจะทำได้นานกว่าปกติ จึงทำให้อาหารหรือน้ำย่อยจากภายในกระเพาะไปย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหารได้ก่อให้เกิดการอักเสบ

กระเพาะอาหารมีแรงดันเพิ่มขึ้น

สาเหตุที่เกิดโรคกรดไหลย้อน การเกิดแรงดันในกระเพาะอาหารที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นเกิดจากอาการไอ โดยเฉพาะการไอเรื้อรัง, การตั้งครรภ์, รบกวน ,การรับประทานอาหารแล้วแต่ละมื้อปริมาณมากๆ, การนอนทันทีหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ, การรับประทานอาหารประเภทที่มีการย่อยสลายได้ อยากจะค้างอยู่ในกระเพาะอาหารของเราเป็นเวลานานก่อให้เกิดความเสี่ยงรายการที่อาหารเป็นน้ำย่อยภายในกระเพาะอาหารนั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้นและเกิดแรงดันไหลย้อนกลับขึ้นไปในการเปิดหูรูดของหลอดอาหารได้

ปัจจัยก่อให้เกิดโรคกรดไหลย้อนขึ้นได้บ่อยและนานขึ้น

มีปริมาณภายในกระเพาะขยายตัวมากขึ้น น้ำย่อยในกระเพาะอาหารก็จะมากขึ้นด้วย ดังนั้นหากมีความเสื่อมสภาพของหูรูดยนต์สมรรถภาพหย่อน ก็จะให้ก่อให้เกิดภาวะกรดไหลย้อนเกิดขึ้นได้บ่อยแล้วเป็นนานมากขึ้น

บทความเพิ่มเติม อาหารที่คนเป็นกรดไหลย้อนต้องหลีกเลี่ยง

 

 

Posted on Leave a comment

โรคกรดไหลย้อนหายห่วงป้องกันได้ก่อนเกิดเป็นโรคเรื้อรัง

เป็นโรคกรดไหลย้อนหายห่วง ป้องกันได้ก่อนเกิดเป็นโรคเรื้อรัง GDRE

ผงกล้วดิบ

โรคกรดไหลย้อนเกิดจากการที่น้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปผ่านหลอดทางเดินอาหารซึ่งส่วนใหญ่ที่เป็นกรดไหลย้อนนั้นจะเป็นในส่วนของกระเพาะอาหารหรือในส่วนที่เกิดจากลำไส้เล็กที่ด่าน โดยอาการเหล่านั้นอาจจะมีการอักเสบของหลอดอาหารขึ้นได้ ซึ่งโรคกรดไหลย้อนมีมีอัตราที่ผู้ป่วยเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ

สาเหตุโรคกรดไหลย้อน

  • โรคกรดไหลย้อนนั้นอาจเกิดจากความผิดปกติในส่วนของลำไส้ที่มีการบีบตัวของกระเพาะอาหารหรือหลอดอาหาร
  • อาจเกิดขึ้นจากแบคทีเรียบางชนิดหรือเกี่ยวข้องกับทางพันธุกรรมของแต่ละบุคคล
  • เกิดจากหลอดอาหารในส่วนปลายที่มีการคลายตัวโดยไม่มีการกลืนอาหาร
  • เกิดจากการ เรื่องของกระเพาะอาหารที่อาจจะเข้าไปในยางหลอดอาหารได้หรือเกิดจากความดันของหูรูดของหลอดอาหารที่ส่วนปลายต่างลงกว่าปกติ

โรคกรดไหลย้อนอาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน

โรคกรดไหลย้อนนี้สามารถพบได้ทุกรุ่นทุกวัยทุกกลุ่มทุกช่วงอายุ โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยง ได้แก่ผู้ที่มีน้ำหนักมากเกินกว่ามาตรฐาน ผู้ที่ดื่มสุราหรือสูบบุหรี่ สตรีที่ตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคผิวหนัง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน

และยาบางชนิด ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อโรคกรดไหลย้อนได้ เช่น ยาลดความดันโลหิตสูง หรือยาแก้โรคซึมเศร้า เป็นต้น สำหรับในวัยเด็กนั้นสามารถเป็นโรคกรดไหลย้อนได้ตั้งแต่วัยทารกจนถึงเด็กที่โต โดยอาการที่พบบ่อยจะมีอาการอาเจียน โลหิตจาง หรืออวัยวะในร่างกายเติบโตไม่สมบูรณ์ มีอาการไอที่เรื้อรัง เป็นโรคหอบหืด ปอดอักเสบเรื้อรัง เป็นต้น

อาการหนักของโรคกรดไหลย้อน

  • อาการจะรู้สึกแสบร้อนบนบริเวณลิ้นปี่ และอาจจะมีอาการปวดแสบร้อนบริเวณหน้าอกหรือลำคอเพิ่มขึ้นได้ตามลำดับ ซึ่งอาการจะชัดเจนมากขึ้นหลังจากรับประทานอาหารที่เป็นมื้อหนักๆได้อย่างชัดเจน
  • อาการ หรือจะมีรสชาติเปรี้ยวหรือรสขมขึ้นมา เพราะมีกฎที่อยู่ภายในกระเพาะที่อาจส่งผลทำให้มีกลิ่นที่เปลี่ยนไป

เมื่อทำการรักษาแล้วอาการจะกลับมาเป็นอีกหรือไม่

โดยทั่วไปแล้วยาแก้กดไหลย้อนเมื่อได้รับประทานเข้าไปจะมีการหลั่งของกรดเป็นเวลา 4-8 สัปดาห์ โดยผู้ป่วยอาจจะมีอาการกลับมาเป็นอีกได้หากไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร ซึ่งควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทานระหว่างการรักษาด้วย แต่หากอาการยังไม่ดีขึ้นหรือหากไม่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาจส่งผลทำให้ผู้ป่วยมีอาการเรื้อรังขึ้นได้ เมื่อมีอาการที่รุนแรงขึ้นควรพิจารณาในการรักษาด้วยการส่องกล้องเพื่อตรวจสอบภายในและทำการผ่าตัด

ถ้าเป็นโรคกรดไหลย้อนจะปฏิบัติอย่างไร

สิ่งสำคัญที่สุดของการรักษาโรคกรดไหลย้อนนี้ นอกจากการทานยาแก้กรดไหลย้อนแล้วสิ่งสำคัญที่สุดในการรักษาก็คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิต

  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์หรือน้ำอัดลมของหวานหรือเครื่องดื่มที่มีรสจัด
  • ระวังอย่ารับประทานอาหารเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนดหรือมีน้ำหนักมากขึ้นโดยไม่มีการออกกำลังกายในการขับถ่ายพลังงานภายในร่างกาย
  • ไม่ควรรับประทานอาหารแล้วนอนควรที่จะ ให้อาหารที่ได้รับประทานไปนั้นมีการย่อยให้ดีเสียก่อนอย่างน้อยสัก 2-3 ชั่วโมง

โรคกรดไหลย้อนนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ส่งผลอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตแต่ก็อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตของคุณได้เพราะมันอาจจะส่งผลร้ายต่อร่างกายคุณ รวมถึงวิถีชีวิตการทำงาน หรือแม้แต่การใช้ชีวิตประจำวันทั่วไป ซึ่งหากเริ่มรู้สึกมีอาการอย่างที่ได้กล่าวมาเบื้องต้นนั้น คาถาวิธีการรักษาเบื้องต้นได้ด้วยการรับประทานอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ  ไม่ว่าจะเป็นกล้วยน้ำว้า กล้วยดิบ หรือแม้แต่นำกล้วยดิบมาบดเป็นผงเพื่อให้ง่ายต่อการรับประทานอาหาร ผงกล้วยดิบ นั้นช่วยในการรักษาโรคกระเพาะหรือโรคกรดไหลย้อนได้ด้วย เปรียบเหมือน ยาแก้กราไหลย้อน ในเชิงสมุนไพ ด้วยสรรพคุณประโยชน์ในตัวมัน

Foodhealthfruits #ผงกล้วยดิบHealthfrutis #ผงกล้วยน้ำว้าดิบ

Posted on Leave a comment

ยาแก้กรดไหลย้อน

       ปัญหาของระบบทางเดินอาหารทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นโรคกระเพาะ โรคกดไหลย้อน เป็นต้น อาการเหล่านี้เกิดจากหลายสาเหตุ สาเหตุที่พบมากที่สุดคือการรับประทานอาหารที่เฉพาะเจาะจงซึ่งเป็นที่รู้จักในการกระตุ้นอาหารมื้อใหญ่และระบบทางเดินอาหาร อย่างไรก็ตามอาการเสียดท้องอาจเป็นอาการสำคัญของภาวะที่รุนแรงเช่นกรดไหลย้อนในกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อนและความเป็นกรดที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่จะเป็นความทุกข์ทรมานในคนส่วนใหญ่ในชีวิตของพวกเขา แต่อาจมีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในหมู่คนอื่น ๆ เป็นหลักเมื่อกรดธรรมชาติที่เกิดขึ้นในกระเพาะอาหารจะถูกผลักไปตามหลอดอาหารจะรู้สึกแสบร้อนในช่องอกด้านบน ไม่ว่าเหตุผลที่สามารถรักษาได้ง่ายด้วยการทำทรีตเมนต์ที่เรียบง่ายที่อธิบายไว้ด้านล่าง

การบริโภคกระเทียม

กระเทียมเป็นหนึ่งในที่บ้านเผาไหม้ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่จับคือการใช้กระเทียมในรูปแบบที่เหมาะสมที่สุดเพื่อบรรเทาอาการเสียดท้อง หากอาการเสียดท้องเริ่มเร็ว ๆ นี้หลังจากรับประทานอาหารมื้อหนักหรือกินอาหารที่ทำให้เกิดอาการเปรี้ยวโปรดเคี้ยวผิวของกระเทียมปอกเปลือกดิบ คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร กระเทียมดิบจะเต็มไปด้วยสารปฏิชีวนะเหมือนธรรมชาติ ยังมี

กินกล้วย

นี้อาจจะง่ายเกินไป แต่ก็มีประสิทธิภาพ กล้วยมีประโยชน์มากที่สุดเมื่อหน้าอกและการบาดเจ็บถูกเรียกโดยตอนไหลย้อนซึ่งก็คือเมื่ออาหารดูเหมือนจะกระโดดไปตามท่ออาหาร กล้วยมีประสิทธิภาพสำหรับแป้งพื้นเมืองที่เกี่ยวข้อง สารเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นยาลดกรดจากธรรมชาติบรรเทาอาการกรดไหลย้อนได้อย่างรวดเร็วและบรรเทาอาการเสียดท้อง ผู้ป่วยที่มีอาการปวดเรื้อรังมักกินกล้วยไม่กี่ตัวในตอนเช้าขณะท้องว่าง

ใช้น้ำส้มสายชูแอปเปิลไซเดอร์

น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์เป็นที่รู้กันว่ามีประสิทธิภาพเป็นยาลดกรดในเชิงพาณิชย์ที่มีอยู่เมื่อใช้อย่างเหมาะสม หากกำลังรบกวนคุณชั่วครู่หนึ่งโปรดเตรียมเครื่องดื่มแอปเปิ้ลไซเดอร์ที่คุณสามารถดื่มได้ทุกวัน สำหรับการนี้ผสมประมาณ 6 ออนซ์น้ำกับน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 แก้ว ฉันยังมีน้ำตาลและพริกไทยดำ การเตรียมนี้สามารถทำในช่วงเวลาเล็ก ๆ เพื่อแก้อาการ คุณสมบัติการรักษาของน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์มีความสัมพันธ์กับความสามารถในการต่อต้านกรดในกระเพาะอาหารเป็นเวลาสั้น ๆ ในทำนองเดียวกันคุณสามารถจัดเตรียมเครื่องดื่มโดยการรวมน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์น้ำและไม่กี่หยอดน้ำมันกระเทียม