5 พืชสมุนไพรช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร

อาการโรคกระเพาะอาหารหากใครกำลังประสบปัญหาอยู่คงทราบดีว่ามันทรมานแค่ไหน สาเหตุของโรคก็มีหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย การหลั่งกรดที่มากเกินไป การทานอาหารไม่ตรงเวลา ทานอาหารที่มีรสจัด หรือทานเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ หรือแม้กระทั่งการทานยาแก้ปวด เป็นต้น การทานยาจึงเป็นทางเลือกที่หลายๆท่านทำประจำ แต่รู้หรือไม่ว่าเราสามารถทานพืชผัก ผลไม้เพื่อรักษาอาการดังกล่าวได้ แถมได้ประโยชน์ต่อร่างกายในเรื่องอื่นอีกด้วย ไปดูกันดีกว่าว่ามีพืชชนิดไหนบ้างที่ช่วยรักษาอาการโรคกระเพาะ

1. กล้วยดิบ

รู้หรือไม่ว่าการทานกล้วยดิบนั้นจะช่วยรักษาโรคกระเพาะของเราได้เนื่องจากกล้วยดิบมีกลุ่มสารที่เรียกว่า แทนนิน ที่เข้าช่วยยับยั้งการเกิดแบตทีเรียในกระเพาะอาหาร และยังมี เซโรนิน ที่ไปกระตุ้นสารมาเคลือบกระเพาะอาหาร กล้วยดิบจึงทำหน้าที่ทั้งป้องกันและช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารอีกด้วย
ประโยชน์ของกล้วยดิบ นอกจากนั้นกล้วยดิบยังช่วยสำหรับผู้ที่เป็นกรดไหลย้อนอีกด้วยเพราะว่ากล้วยดิบจะทำให้กระเพาะอาหารหลั่งสารที่ไม่มากจนเกินไป ทำให้ผู้ป่วยที่เป็นกรดไหลย้อนอาการดีขึ้น นอกจากนั้นในตัวกล้วยดิบยังมีไฟเบอร์สูงช่วยเรื่องระบบขับถ่ายอีกด้วย พร้อมทั้งเหมาะกับผู่ป่วยเบาหวานเพราะกล้วยดิบจะเข้าไปช่วยควบคุมน้ำตาลให้เข้าสู่กระแสเดือดที่เหมาะสม และช่วยเรื่องอาการท้องเสียหากใครเกิดอาการท้องเสียสามารถทานผงกล้วยเพื่อยับยั้งอาการท้องเสียได้

2. กระเจี๊ยบเขียว

สารในกระเจี๊ยบเขียวนั้นจะช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารได้เพียงทานกระเจี๊ยบเขียวหลังอาหารวันละ 3-4 เวลา และมีผลการวิจัยว่าตัวกระเจี๊ยบเขียวนั้นช่วยยับยั้บเชื้อ H.pylory ได้
ประโยชน์ของกระเจี๊ยบเขียว กระเจี๊ยบเขียวช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย แถมยังเหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน หากใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่ายตัวเมือกในกระเจี๊ยบเขียวยังช่วยเรื่องขับถ่ายเพราะจะทำให้กก้อนอุจจาระอ่อนตัว ขับถ่านได้ง่าย และมีสารโฟเลตสูงช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงเหมาะกับสตรีมีครรภ์

3.ขมิ้นชัน

เป็นสมุนไพรอีกตัวที่ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารการทานนั้นก็สามารถหาทานได้ง่ายไม่ว่าจะเป็นแบบผงหรือแคปซูล แต่ข้อระวังการทานขมิ้นชันนั้น บางคนอาจจะมีอาการแพ้ได้ เช่น รู้สึกปวดหัว คลื่นไส้ นอนไม่หลับ ควรหยุดรับประทานทันที
ประโยชน์ขมิ้นชัน ช่วยลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย และขับถ่ายพิษออก เหมาะสำหรับคุณแม่หลังคลอดเพราะจะช่วยขับน้ำนมออกมา ช่วยลดอาการของโรคเกาต์

4.ว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้จะมีเมือกวุ้นที่เข้าไปช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้ซึ่งเรียกสารตัวนี้ว่า สารอะลอกติน (Aloctin) ซึ่งจะช่วยลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย การทานให้ช่วงท้องว่างๆจะทำให้ตัวว่านหางได้เข้าไปเคลือยบกระเพาะโดยตรง
ประโยชน์ว่านหาง ว่านหางจระเข้นั้นมีสรรพคุณทั้งทางยาและประโยชน์มากมาย ช่วยทำให้ผิวลดการอักเสบที่เกิดจาการโดนแดดมากเกินไป ฆ่าเชื้อโรค และรักษาแผลที่เกิดจากการอักเสบเช่น แผลโดนไฟไหม้ น้ำร้อนลวก และด้วยสรรพคุณของตัวสารอะโลอิน ทำให้ยังสามารถรักษาในแผลสดได้ซึ่งจะทำให้กระตุ้นทำให้เกิดเนื้อเยื้อใหม่และทำให้แผลหายเร็ว และสรรพคุณอีกมากมายก็ว่าได้

5.หัวปลี

หัวปลีนั้นหลายๆคนอาจจะรู้จักดีในด้านการให้นมบุตร แต่รู้หรือไม่ว่าหัวปลีนั้นยังเหมาะกับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหารที่มีอาการเรื้อรังมานานหรือเป็นหนักก็ว่าได้ การรับประทานนั้นเพียงนำหัวปลีไปเผาและบีบเอาน้ำสดออกมาครั้งแวทานต่อเนื่อง 3-4 วันอาการจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ประโยชน์หัวปลี ลดระดับน้ำตาลในเลือดและบำรุงเลือด พร้อมยังลดการอักเสบในร่างกาย สารสกัดจากหัวปลีมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ค่อนข้างมาก และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันเซลล์ถูกทำลาย ป้องกันการอักเสบในร่างกายได้




5 พืชสมุนไพรช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร

อาการโรคกระเพาะอาหารหากใครกำลังประสบปัญหาอยู่คงทราบดีว่ามันทรมานแค่ไหน สาเหตุของโรคก็มีหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย การหลั่งกรดที่มากเกินไป การทานอาหารไม่ตรงเวลา ทานอาหารที่มีรสจัด หรือทานเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ หรือแม้กระทั่งการทานยาแก้ปวด เป็นต้น

Read More »

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคกระเพาะ

โรคกระเพาะ เป็นโรคที่สามารถพบได้บ่อย ประมาณว่าคนทั่วไปมีโอกาสเป็นโรคกระเพาะในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต โดยการเกิดแผลในกระเพาะมักจะพบในวัยกลางคน ในขณะที่การเกิดแผลที่ลำไส้เล็กส่วนต้นจะพบในวัยหนุ่มสาว อย่างไรก็ตามการเกิดแผลในกระเพาะอาหารหรือแผลที่ลำไส้เล็กส่วนต้นสามารถเกิดขึ้นได้ในคนทุกเพศและทุกวัย สาเหตุการเกิดโรคกระเพาะ เกิดจากการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารมากเกินไป งทำให้เกิดแผลขึ้น และพบว่าปัจจุบันก็ยังมีปัยจัยเสริมอื่นๆที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะได้อีก 

Read More »

โรคกรดไหลย้อน – GERD

โรคกรดไหลย้อน โรคกรดไหลย้อนหรือเรียกอีกอย่างว่า โรคเกิร์ด (Gastroesophageal reflux disease – GERD) หมายถึง ภาวะที่น้ำย่อยในกระเพาะอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด

Read More »