ที่มาของกราโนล่า

กราโนล่า คืออะไร

กราโนล่า (Granola) เป็นอาหารหรือขนมขบเคี้ยวที่ได้รับความนิยมมาจากชาวตะวันตก ซึ่งมักจะรับประทานเป็นอาหารเช้าหรือขนมทานเล่น โดยเชื่อว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ รับประทานแล้วจะอิ่มท้องนาน และช่วยในการลดน้ำหนัก เพราะมีคุณค่าทางสารอาหารมาก และให้พลังงานสูง

กราโนล่าประกอบไปด้วยข้าวโอ๊ต น้ำผึ้ง ถั่ว และธัญพืชต่างๆ ที่สามารถใส่ได้ตามใจชอบ เช่น ผลไม้แห้ง ลูกเกด ถั่ว วอลนัท หรืออัลมอนด์ หากคนระหว่างอบกราโนล่าจะไม่ติดกันเป็นแท่ง จะเหมาะกับการรับประทานเป็นอาหารเช้า แต่ถ้าอัดให้ติดกันเป็นแท่งก็จะเหมาะกับการทานเล่นเป็นขนม โดยสามารถนำมารับประทานกับโยเกิร์ต น้ำผึ้ง นม หรือซีเรียลก็อร่อยเข้ากันมาก นอกจากนี้ยังเหมาะกับการแต่งหน้าขนมอีกด้วย

กราโนล่า

คุณค่าทางโภชนาการ

กราโนล่า อุดมไปด้วยโปรตีน ใยอาหารและสารอาหารรองอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธาตุเหล็ก(Fe) แมกนีเซียม(Mg) สังกะสี(Zn) ทองแดง(Cu ) ซีลีเนียม(Se)วิตามินบีและวิตามินอี อย่างไรก็ตามรายละเอียดทางโภชนาการของกราโนล่าจะแตกต่างมากน้อยขึ้นอยู่กับส่วนผสมเฉพาะที่ใช้

ตารางด้านล่างนี้เปรียบเทียบสารอาหารในกราโนล่าสองยี่ห้อ

คุณค่าทางโภชนการ ยี่ห้อ A (ปริมาณ 50 กรัม) ยี่ห้อ B (ปริมาณ 50 กรัม)
แคลอรี่ 195 กรัม 260 กรัม
ไขมัน 4.4 กรัม 7 กรัม
โปรตีน 2.9 กรัม 13 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 40.5 กรัม 28 กรัม
ใยอาหาร 3.5 กรัม 4 กรัม
น้ำตาล 14.2 กรัม 12 กรัม

จากข้อมูลในตารางจะเห็นว่า กราโนล่ายี่ห้อ A จะมีไขมันและแคลอรี่ต่ำกว่า กราโนล่ายี่ห้อ B แต่มีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลสูงกว่ามาก ในขณะที่กราโนล่ายี่ห้อ B มีไขมันและแคลอรี่สูง แต่โปรตีนและไฟเบอร์สูงขึ้นด้วย

โดยทั่วไปแล้วกราโนล่าที่มีผลไม้ตากแห้งหรือสารให้ความหวานจะมีน้ำตาลสูงกว่ากราโนล่าที่ไม่มีผลไม้ตากแห้ง ถั่วและเมล็ดพืชต่างๆจะให้โปรตีน และธัญพืชชนิดต่างๆจะให้ไฟเบอร์ ยิ่งมีธัญพืชปริมาณมากก็ยิ่งจะเพิ่มไฟเบอร์ให้กับกราโนล่ามากยิ่งขึ้นด้วย

คุณประโยชน์ของกราโนล่า

แม้ว่าจะมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับ กราโนล่า เพียงเล็กน้อย แต่ส่วนผสมทั่วไปเช่น ข้าวโอ๊ต เมล็ดแฟลกซ์เมล็ดเชีย อัลมอนด์ ถั่ว และธัญพืชชนิดต่างๆ ก็เป็นที่รู้กันว่าล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น

กราโนล่าส่วนใหญ่อุดมไปด้วยโปรตีนและไฟเบอร์ซึ่งทั้งสองมีส่วนช่วยทำให้อิ่มท้อง โปรตีนยังส่งผลต่อระดับของฮอร์โมนซึ่งช่วยปรับระดับฮอร์โมนให้สมบูรณ์เช่น ghrelin และ GLP-1 ส่วนผสมที่ให้โปรตีนสูงในกราโนล่าจะได้จากถั่ว เช่น อัลมอนด์ วอลนัท เม็ดมะม่วงหิมพานต์, เมล็ดฟักทอง และงา เป็นต้น

นอกจากนี้อาหารที่มีกากใยสูงเช่นข้าวโอ๊ต ถั่วและเมล็ดธัญพืชจะช่วยชะลอการอยากอาหารคุณ โดยเพิ่มเวลาในการย่อยอาหารซึ่งจะช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มนานขึ้น และอาจช่วยควบคุมความอยากอาหารได้อีกด้วย

กราโนล่า

 

คุณประโยชน์ด้านสุขภาพอื่น ๆ

  • กราโนล่าจะช่วยในเรื่องความดันโลหิต เพราะมีส่วนผสมที่มีเส้นใยสูง เช่นข้าวโอ๊ต ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยลดความดันโลหิต
  • ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล เนื่องจากข้าวโอ๊ตเป็นแหล่งของเบต้ากลูแคนซึ่งเป็นใยอาหารชนิดหนึ่งที่ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลและ LDL (ไขมันไม่ดี) ทั้งหมดและช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ
  • ลดน้ำตาลในเลือด ธัญพืช ผลไม้แห้ง ถั่ว และเมล็ดพืช ช่วยลดและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่เป็นโรคอ้วนหรือโรคเบาหวาน
  • ปรับปรุงสุขภาพของลำไส้ มีการค้นพบว่ากราโนล่าช่วยเพิ่มระดับของแบคทีเรียดีในลำไส้ ทำให้ลำไส้ของเรามีสุขภาพดีเมื่อเทียบกับอาหารเช้าซีเรียล
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย ในส่วนผสม เช่น มะพร้าว เมล็ดเชีย และถั่วบราซิล อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต้านการอักเสบ เช่นเดียวกับ gallic acid , quercetin, ซีลีเนียม และวิตามินอี




5 พืชสมุนไพรช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร

อาการโรคกระเพาะอาหารหากใครกำลังประสบปัญหาอยู่คงทราบดีว่ามันทรมานแค่ไหน สาเหตุของโรคก็มีหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย การหลั่งกรดที่มากเกินไป การทานอาหารไม่ตรงเวลา ทานอาหารที่มีรสจัด หรือทานเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ หรือแม้กระทั่งการทานยาแก้ปวด เป็นต้น

Read More »

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคกระเพาะ

โรคกระเพาะ เป็นโรคที่สามารถพบได้บ่อย ประมาณว่าคนทั่วไปมีโอกาสเป็นโรคกระเพาะในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต โดยการเกิดแผลในกระเพาะมักจะพบในวัยกลางคน ในขณะที่การเกิดแผลที่ลำไส้เล็กส่วนต้นจะพบในวัยหนุ่มสาว อย่างไรก็ตามการเกิดแผลในกระเพาะอาหารหรือแผลที่ลำไส้เล็กส่วนต้นสามารถเกิดขึ้นได้ในคนทุกเพศและทุกวัย สาเหตุการเกิดโรคกระเพาะ เกิดจากการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารมากเกินไป งทำให้เกิดแผลขึ้น และพบว่าปัจจุบันก็ยังมีปัยจัยเสริมอื่นๆที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะได้อีก 

Read More »

โรคกรดไหลย้อน – GERD

โรคกรดไหลย้อน โรคกรดไหลย้อนหรือเรียกอีกอย่างว่า โรคเกิร์ด (Gastroesophageal reflux disease – GERD) หมายถึง ภาวะที่น้ำย่อยในกระเพาะอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด

Read More »